คณิต
อายุ 35 ปี เป็นเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งหนึ่ง
ถึงแม้จะเพิ่งเปิดร้านได้ไม่นานแต่ด้วยรสชาติอร่อยจึงทำให้มีลูกค้าเข้าร้าน
เป็นจำนวนมาก ดังนั้นเขาจึงยุ่งอยู่กับการขายก๋วยเตี๋ยวทั้งวัน
ซึ่งเขาเองก็ทุ่มเทอย่างมากเพื่อสร้างฐานะให้ครอบครัว
จึงต้องเปิดร้านถึงมืดค่ำ แต่หลังจากครึ่งปีที่เปิดร้าน
ก็เริ่มมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกายของเขา
คือหูซ้ายไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ แล้ว 2 วันต่อมาอาการนั้นก็หายไป
หลังจากเกิดอาการหูตึงประมาณ 2 สัปดาห์ต่อมา
อยู่ๆ คณิตก็มีอาการเวียนหัวจนล้มลงทรุดกับพื้น ภรรยาพาเขาไปพักผ่อน
ซึ่งหลังจากพักแล้วก็ไม่เกิดอาการเวียนศีรษะขึ้นมาอีก
ทว่าหลังจากเวลาผ่านไป 1 ปี ก็มีอาการผิดปกติอย่างอื่นเกิดขึ้นอีก
เมื่อตอนเช้าเขาปรุงน้ำซุปได้รสที่พอใจ แต่พอตกบ่าย กลับพบว่ารสเค็มไปจน
ลูกค้าต้องเข้ามาขอเปลี่ยนชาม
เขาจึงแปลกใจกับการที่ลิ้นไม่รับรส จึงตัดสินใจว่าจะปิดร้านเร็วเพื่อพักผ่อนให้มากขึ้น และหลังจากที่ได้พักทุกอย่างก็กลับเป็นปกติ
แต่หลังจากนั้นประมาณ 4 เดือน จู่ๆรอบตาซ้ายก็เกิดอาการกระตุกขึ้น และ
โรคที่น่ากลัวก็เผยออกมา หลังจากมีอาการแปลกๆที่ตาประมาณ 3 อาทิตย์
เมื่อกลับมาที่บ้านแล้ว ภรรยาทำสปาเก็ตตีให้เขาทาน
แต่แล้วทำไมเส้นบะหมี่ที่ใส่เข้าปากแล้วกลับหล่นลงมา ทำให้คณิตรู้สึกกลัว
ขึ้นมา เขาจึงคิดจะขึ้นไปนอนพักผ่อน ขณะเดินผ่านกระจก ถึงกับอึ้งเมื่อพบว่า
ใบหน้าด้านซ้ายของตัวเองตกลงมาและบูดเบี้ยว เกิดอะไรขึ้นกับใบหน้าของเขา
กลุ่มเสี่ยง
โรคเนื้องอกในโสตประสาทเป็นได้กับคนทุกเพศทุกวัย
แต่ช่วงวัยที่พบบ่อยคือ ผู้ที่มีอายุระหว่าง 30-60 ปี
และพบมากที่สุดในผู้ที่มีอายุ 40
ปี อาการหูตึงมักเกิดกับคนที่อยู่บริเวณเสียงดังเป็นเวลานานๆ หรือระดับของ
เสียงเกินระดับการได้ยินของหู
โดยระดับเสียงที่ถือว่าปกติ คือ ระดับความดัง 0-20 เดซิเบล
ส่วนระดับเสียงที่ถือว่าเป็นภาวะเสี่ยง คือ ระดับความดัง 20-40 เดซิเบล
อาการที่พึงระวัง
คนที่มีอาการหูอื้อ หูตึง
ฟังไม่ค่อยได้ยิน มีอาการวิงเวียนศีรษะบ่อยๆ กระตุกที่ขอบตา
อาการเหล่านี้อาจจะมองว่าเป็นอาการเล็ก ๆ แต่หากปล่อยไว้ไม่รีบรักษา
จากโรคหูก็อาจลุกลามไปถึงสมอง กลายเป็นโรคเนื้องอกในโสตประสาทได้
***เนื้องอกในโสตประสาทมักจะเกิดที่เส้นประสาทของหู ระหว่างหูชั้นในและสมอง***
***เนื้องอกโตจนเบียดเนื้อที่ของสมอง หากไม่รักษาเนื้องอกจะโตขึ้นเรื่อย ๆ จนเบียดเนื้อที่ของสมอง***
***ภาพแสดงเนื้องอกที่ไปกดทับเส้นประสาทการทรงตัว ทำให้เวียนศีรษะและเสียการทรงตัว***
วิธีการรักษา
เนื้องอกในโสตประสาทมี 2 ส่วนคือส่วนการทรงตัวและส่วนการได้ยิน
วิธีการตรวจคือให้ผู้ป่วยปิดตาและยืนบนจุดที่กำหนดและยื่นมือไปข้างหน้า
จากนั้นให้ย่ำเท้าอยู่กับที่ 30 ครั้ง
เพื่อทดสอบระบบการทรงตัวร่วมกับข้อต่อ โดยให้ผู้ป่วยย่ำเท้าอยู่ที่เดิม
ไม่เฉไปข้างซ้ายหรือขวา ถ้าเอียงไปทางด้านใดด้านหนึ่ง
แสดงว่าด้านนั้นมีปัญหาการรับรู้ การทรงตัวด้านนั้นเสื่อมหรือเสียไป
ถ้าเดินย่ำตรงไปข้างหน้าถือว่าปกติ ถ้าเอียงเกิน 60 องศา
ไม่ว่าจะเอียงซ้ายหรือเอียงขวา ถือว่าเสี่ยงต่อการเป็นโรคเนื้องอก
ในโสตประสาท
เนื้องอกในโสตประสาทเป็นโรคที่แสดงอาการค่อนข้างช้า
มีอัตราการโตประมาณ 2-4 มิลลิเมตรต่อปี แต่บางรายพบว่ามีก้อนโตประมาณ 2
เซนติเมตร ต่อปีก็มีโดยจะค่อย ๆ ขยายในลักษณะคล้ายบอลลูนช้าๆ
จนไปกดเส้นประสาทบริเวณใกล้เคียงคือเส้นประสาทคู่ที่ 7
ที่เกี่ยวกับการขยับของใบหน้า
ถ้าประสาทการได้ยินดีอยู่ประสาทศัลยแพทย์จะทำการผ่าตัด
แต่กรณีที่การได้ยินเสื่อมจะไม่สามารถรักษาไห้หายขาดได้ ยังมีอาการหูตึง
ซึ่งอาการหูตึงเกิดได้ทั้งจากหูตึงตามวัยและหูตึงจากการทำงาน
โดยหูตึงตามวัยจะเสื่อมทั้ง 2 ข้าง
ส่วนหูตึงจากการทำงานพบกับคนที่อยู่ในที่เสียงดัง
หรือใช้อุปกรณ์ที่ใช้เสียงเช่น ตำรวจจราจร ยาม ที่ใช้นกหวีด
หรือเป่าเครื่องดนตรีประเภทแซ็กโซโฟน
รู้ไว้ ไกลโรค
ไม่ควรอยู่ในที่ที่มีเสียงดังหรือทำให้หูระคายเคือง หลีกเลี่ยงการแคะหู
กรณีที่เป็นขี้หูแบบป่นสามารถใช้คัตตอนบัตแคะได้
แต่ถ้าเป็นขี้หูเปียกแบบเนื้อมะพร้าวไม่ควรแคะโดยเด็ดขาด เพราะจะยิ่งทำให้
ขี้หูดันเข้าไปข้างในซึ่งเป็นอันตรายต่อหูและอาจส่งผลต่อระบบการได้ยิน
แพทย์ผู้ให้ข้อมูล : นพ.สักกะ ณ ตะกั่วทุ่ง แพทย์หัวหน้าหน่วยหู คอ จมูก ประจำโรงพยาบาลพญาไท 1
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น